รายงานการวิจัย การพัฒนารูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านวังหว้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2P01

รายงานการวิจัย การพัฒนารูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านวังหว้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2

ชื่อผู้รายงาน    จรรยา บญุ ศรีประภาน
ปีการศึกษา 2566 – 2567

การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานแนวทางพัฒนาและความต้องการการใช้ รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า 2) พัฒนา รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า 3) ศึกษา ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้าน วังหว้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 4) ประเมินประสิทธิผลของ รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจเข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานแนวทาง พัฒนาและความต้องการใช้รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านวังหว้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 ผู้ให้ข้อมูล ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน ครู จำนวน 16 คน โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก(In-depth Interview) ภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ขั้นตอนที่ 2 การออกแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน และการประชุมสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 23 คน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารตามหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านวังหว้า คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 16 คน นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 85 คน โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและ หลัง (OneGroup Pretest – Posttest Design) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ขั้นตอนที่ 4 การ ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนบ้านวังหว้า ได้แก่ ครู นักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนบ้านวังหว้า ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา

2567 จำนวน 157 คน โดยใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลัง (One Group Pretest-Posttest Design) กลุ่มตัวอย่างโดยเทียบตารางเครซี่และมอร์แกน (บุญชม ศรีสะอาด. 2554, น. 43) และเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (StratifiedRandom Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย คือ แบบประเมิน แบบทดสอบ แบบสอบถาม แบสัมภาษณ์แบบบันทึกการวิเคราะห์เนื้อหา ( Content Analysis ) และคู่มือการใช้รูปแบบ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความสอดคล้อง IOC

ผลการวิจัย พบว่า

  1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานแนวทางพัฒนาและความต้องการใช้รูปแบบการบริหารตามหลัก เข้าใจเข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 พบว่า ระดับที่เป็นอยู่ความต้องการของครูในการใช้รูปแบบการบริหารตาม หลักเข้าใจ เข้าถึงพัฒนา และความคาดหวังต่อผลลัพธ์มากที่สุด ร้อยละ 100 รองลงมา คือ ความต้องการ ด้านวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนระดับที่เป็นอยู่มาก ร้อยละ 93.75 ความต้องการการสนับสนุนจากผู้บริหาร ระดับที่เป็นอยู่มาก ร้อยละ 87.50และความต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระดับที่เป็นอยู่มากร้อยละ 81.25 ตามลำดับ และความต้องการของครูในการใช้รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึงพัฒนา มีระดับ ความต้องการมากที่สุดร้อยละ 100 ทั้ง 5 ประเด็น
  2. ผลการออกแบบและพัฒนารูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนา คุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) ข้อมูลพื้นฐาน 2) หลัก เข้าใจ เข้าถึงพัฒนา 3) กระบวนการบริหาร 4) คุณภาพผู้เรียน และ 5) ปัจจัยความสำเร็จ โดยภาพรวมมี ความถูกต้อง ความเป็นไปได้และมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด3) ผลการทดลองใช้รูปแบบการ บริหารตามหลัก เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า พบว่า หลังจากการ ทดลองใช้รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า ครูมีความรู้ความสามารถในการใช้รูปแบบเพิ่มขึ้นจากการประเมินก่อนการใช้รูปแบบอย่างชัดเจน จาก ระดับปานกลาง (X̄ = 3.25) เป็นระดับมากที่สุด (X̄ = 4.50) และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยมีค่าเฉลี่ยรวมเพิ่มขึ้น 2.69 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 3.65 เมื่อพิจารณา รายกลุ่มสาระ พบว่า กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศมีผลต่างสูงสุด (+4.37 คะแนน หรือร้อยละ 7.33) รองลงมาคือกลุ่มสาระการงานอาชีพ (+3.71 คะแนน หรือร้อยละ 4.16) และกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (+3.29 คะแนน หรือร้อยละ 4.91) ตามลำดับ4) ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการ

บริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโรงเรียนบ้านวังหว้า พบว่า ผลการประเมิน ความรู้ความสามารถของครูในการใช้รูปแบบการบริหารตามหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ปีการศึกษา 2567 ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความสามารถ เพิ่มขึ้นโดยรวมร้อยละ 41.69 โดยเพิ่มขึ้นจาก ค่าเฉลี่ย 3.31 (S.D.=0.65) เป็น 4.69 (S.D.=0.48) เมื่อพิจารณารายละเอียด พบว่าด้านที่เพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ความเข้าใจในหลักการ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.19 รองลงมาคือความสามารถในการ เข้าใจผู้เรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 48.91 ส่วนด้านที่เพิ่มขึ้นน้อยที่สุด คือ ทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนาผู้เรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.83 ทั้งนี้สะท้อน ให้เห็นว่าครูและบุคลากรมีความพร้อมและสามารถนำรูปแบบไป ปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำสำคัญ : ศาสตร์พระราชา: เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา, รูปแบบการบริหารสถานศึกษา, คุณภาพผู้เรียน, การ

พัฒนาคุณภาพการศึกษา