สพป.ขอนแก่น เขต 2 ประชุมขับเคลื่อนกิจกรรม “ธนาคารรักการอ่าน” มุ่งพัฒนาการอ่านออกเขียนได้และเสริมสมรรถนะนักเรียนทุกช่วงวัย

(29 มิถุนายน 2569) เวลา 10.00 น. นายอภิชัย เสนาโยธี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 2 (ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 2) มอบหมายให้ นายบรรพจน์ ทัพซ้าย รอง ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เป็นประธานการประชุมการจัดกิจกรรมธนาคารรักการอ่าน ณ ห้องประชุมนิเทศธำรง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2

นายบรรพจน์ กล่าวว่า การดำเนินการจัดกิจกรรมธนาคารรักการอ่านในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาการอ่านออกเขียนได้และการส่งเสริมสมรรถนะการอ่านของนักเรียน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ปลูกฝังและสร้างนิสัยรักการอ่านอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน ใฝ่เรียนรู้ และสามารถแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลและสารสนเทศต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง ยกระดับสมรรถนะการอ่านและการเขียน พัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ การคิดวิเคราะห์ และการเขียนย่อความของนักเรียน เพื่อให้สามารถอ่านรู้เรื่องและนำไปใช้สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระตุ้นการมีส่วนร่วมผ่านระบบการสะสม (หมุนเวียน) ใช้กลไกรูปแบบ “ธนาคาร” (เช่น การบันทึกการอ่าน การสะสมแต้ม หรือการแลกเปลี่ยนหนังสือ) เพื่อสร้างแรงจูงใจและเปลี่ยนกิจกรรมการอ่านให้สนุกสนานน่าติดตามสำหรับเด็ก ๆ โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

1. ประเภทหนังสือที่อ่าน

1.1 ระดับปฐมวัย – ประถมต้น (ป. 1- 3 )

                     จุดเน้น เน้นพัฒนาการทางภาษา การฟัง เสียงคำคล้องจอง และทักษะสมอง (EF – Executive Functions) ผ่านการดูภาพและการมีส่วนร่วมกับผู้ใหญ่ เช่น หนังสือภาพ นิทานคำกลอน / นิทานบทร้อยกรอง นิทานที่ใช้ภาษาคล้องจอง มีจังหวะจะโคน ช่วยให้เด็กจดจำคำศัพท์ ฝึกออกเสียงตามได้ง่าย และพัฒนาทักษะการฟัง หนังสือสัมผัส (Interactive & Pop-up Books) : หนังสือประเภทพลิกเปิด (Lift-the-flap) มีพื้นผิวให้สัมผัส (Touch and Feel) หรือมีปุ่มกดเสียง ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและการทำงานของกล้ามเนื้อมัดเล็ก เป็นต้น

1.2 ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น (ป.1 – ป.3)

                        จุดเน้น เป็นช่วงวัยเปลี่ยนผ่านจากการฟังมาเป็นการฝึกอ่านเองเน้นการสะกดคำ การเชื่อมโยงคำ          กับความหมายและการฝึกจับใจความสั้น ๆ เช่น หนังสือหัดอ่าน / หนังสือคำศัพท์พื้นฐาน การ์ตูนความรู้ / สารคดีภาพและในระดับชั้น ป.1 – 3 จะมีการกำหนดกรอบการอ่านคำพื้นฐานเพิ่มเติม

                        ชุดที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  จำนวน   708 คำ

                        ชุดที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2  จำนวน 1,098 คำ

                        ชุดที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  จำนวน 1,200 คำ

1.3 ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4 – ป.6)

                        จุดเน้น เด็กอ่านในใจได้คล่องแคล่วและเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การอ่านเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อเท็จจริงและชอบเรื่องราวท้าทาย เช่น วรรณกรรมเยาวชนแนวผจญภัยและจินตนาการ การ์ตูนความรู้เชิงลึก สารคดีและสารานุกรมสำหรับเด็ก

               4) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3)

                        จุดเน้น วัยรุ่นตอนต้นเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง (Identity Crisis) สนใจประเด็นรอบตัว ปัญหาสังคม และความชอบเฉพาะทาง เนื้อหาหนังสือจึงต้องมีความลึกซึ้งและท้าทายความคิด เช่น หนังสือสารานุกรมไทยสําหรับเยาวชน หนังสือพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราช และหนังสืออ่านทั่วไปที่นักเรียนสนใจ

2. การจัดทำแบบบันทึกการอ่านรายบุคคล (โรงเรียนสามารถออกแบบเอง)

3. การเก็บข้อมูลเพื่อที่แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมธนาคารรักการอ่าน

3.1 โรงเรียนดำเนินการเก็บสถิติการอ่านของนักเรียน

3.2 การนิเทศติดตาม

3.3 การรายงานข้อมูลส่งในฟอร์ม (แต่งตั้งคณะกรรมการ ด้าน ICT เป็นผู้ดำเนินการสร้างและส่งไปที่โรงเรียนให้มีการบันทึกข้อมูลสถิติการอ่าน)

3.4 การประกาศข้อมูลที่โรงเรียนดำเนินการ สถิติการอ่าน ของนักเรียน

3.5 การมอบเกียรติบัตรสร้างขวัญกำลังใจ

4. การส่งเสริมการอ่านในรูปของการจัดกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่านกลุ่มสาระภาษาไทยฯ ได้ขับเคลื่อนและส่งไปยังโรงเรียน

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปยังโรงเรียนในสังกัดเพื่อเริ่มขับเคลื่อนแล้ว โดยเน้นการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย พร้อมทั้งใช้ระบบ ICT ในการติดตามสถิติและจัดทำรายงานข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อมุ่งสร้างนิสัยรักการอ่าน พัฒนาสมรรถนะการคิดวิเคราะห์ และร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษาของเด็ก ๆ สพป.ขอนแก่น เขต 2 อย่างมีประสิทธิภาพ นายบรรพจน์ กล่าวทิ้งท้าย

Related

Message us